ข้อมูลทั่วไป ของเกาะพีพี (Koh Phi Phi)

หมู่เกาะพีพี อยู่ในเขตทะเลอันดามัน ทางตอนใต้ของประเทศไทย หลายคนอาจจะสับสนว่า หมู่เกาะพีพีอยู่ในจังหวัดภูเก็ต จริงๆ แล้ว หมู่เกาะพีพี อยู่ในเขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เกาะนี้ตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดกระบี่ ประมาณ 40 กิโลเมตร

ที่มาของชื่อเกาะ "พีพี" เดิมชาวเล ดั้งเดิมเรียกหมู่เกาะนี้ว่า "ปูเลาปิอาปิ" คำว่า "ปูเลา" แปลว่า เกาะ ส่วน "ปิอาปิ" แปลว่า ต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่ง จำพวก แสม และโกงกาง ต่อมาก็เรียกกันสั้นๆ ว่า "ปีปี" และท้ายที่สุดเสียงก็เพี้ยนกลายเป็น "พีพี" นั่งเอง แต่เนื่องด้วย เราใช้ชื่อเกาะเป็นภาษาอังกฤษว่า Phi Phi Island จึงทำให้มี ชาวต่างชาติบางส่วนยังคงเรียกชื่อเกาะนี้เพี้ยนไปว่า ฟีฟี (Fee Fee)

หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วย 6 เกาะ คือ เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และ เกาะบิดะใน

เกาะที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางของเกาะพีพี นั่นคือ เกาะพีพีดอน




เกาะพีพีดอน (Koh Phi Phi Don)

เกาะพีพีดอนมีเนื้อที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร เกาะนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ลักษณะสำคัญของเกาะนี้คือ มีอ่าว 2 อ่าว คือ อ่าวต้นไทร และ อ่าวโละดาลัม ซึ่งอ่าวทั้งสองจะ โค้งเข้าหากัน เหมือนนาฬิกาทราย ตรงกลางของเกาะก็จะประกอบไปด้วย โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเกาะนี้จะไม่สามารถใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้ คนบนเกาะเลยต้องสัญจรไปมาด้วย การเดินเท้าเท่านั้น

​หากต้องการเห็นวิวทั่วทั้งเกาะ ก็ต้องเดินเท้าจากท่าเรือต้นไทร ผ่านแหล่งชุมชนต่างๆ เดินตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็จะถึงจุดชมวิว ใครเคยไปก็ต้องบอกได้เลยว่า คุณจะต้องเสียเหงือแน่นอน เพราะทางขึ้นค่อนข้างขรุขระ และลาดชัน ใครจะไปดูพระอาทิตย์ตกดิน ก็อย่าลืมเตรียมไฟฉายไปด้วยทุกครั้งเพราะ หลังจากพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วทางลงเขาจะมืดมาก และคนที่ยังไม่ชินกับยุงในเวลาค่ำคืน ก็อย่าลืมเตรียมสเปร์ ไปด้วยทุกครั้ง เพราะช่วงเวลานั้นยุงชุมมาก

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวคือ เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน ปลายเดือนเมษายน อาจจะเริ่มมีฝน และคลื่นลมเริ่มแรง บางวันอาจจะไม่เหมาะสำหรับเดินเรือเพราะฉนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทางเสมอ สถานที่ ที่น่าสนใจอื่นๆ บนเกาะนี้คือ
  • อ่าวต้นไทร (Ton Sai Bay) : อยู่ทางทิศใต้ของเกาะพีพีดอน เป็นที่ตั้งของท่าเรือหลักของหมูเกาะนี้ ด้วยความยาวของหาดประมาณ 2 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นจุดที่หนาแน่นของนักท่องเที่ยว น้ำทะเลบริเวณใกล้กับท่าเรืออาจจะขุ่นบ้าง แต่ห่างออกไปน้ำก็จะเริ่มใสขึ้น เหมาะสำหรับว่ายน้ำ เดินเล่น ถ่ายรูปวิวต่างๆ ได้ ด้านปลายสุดของหาดทั้ง 2 ด้านเป็นจุดดำน้ำตื้น และห่างออกไปสามารถดำน้ำลึกได้ แต่เนื่องด้วยถูกผลกระทบจากคลื่นยักษ์ซึนามี ปะการังอาจจะโดนทำลายไปบ้างแต่ก็ยังถือว่าไม่มาก อ่าวต้นไทร ถือว่าเป็นแหล่งชุมชนที่หนาแน่นไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น Counter tour, ร้านสะดวกซื้อ, โรงแรม, ร้านอาหาร, ร้านนวด, ร้านขายเสื้อผ้า ฯลฯ แต่ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ต้องดูราคาก่อนซื้อเสมอ เพราะราคาค่อนข้างแพงกว่าราคาปกติ
  • อ่าวโละดาลัม (Loh Dalam Bay) : เป็นอ่าวที่มีลักษณะ โค้ง เว้าเข้าหากันกับอ่าวต้นไทร 2 อ่าวนี้สามารถเดินทะลุไปหากันได้ อาจจะใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที อ่าวนี้จะมีหาดทรายที่กว้าง และล้อมรอบไปด้วยภูเขา น้ำทะเลของอ่าวด้านนี้จะตื้น และนิ่ง เรือไม่สามารถเข้ามาได้ จึงเหมาะสำหรับกิจกรรมทางน้ำต่างๆ เช่น ว่ายน้ำ, พายเรือคายัก, ดำน้ำตื้น ฯลฯ คนส่วนใหญ่มักนิยมเลือกที่พักบริเวณอ่าวโละดาลัม เพราะ อาจจะเงียบกว่า และคนไม่พลุกพล่านเหมือนด้านอ่านต้นไทร
  • อ่าวหยงกาเส็ม หรือ อ่าวลิง (Yong Gasem Bay or Monkey Bay) : นักท่องเที่ยวมักจะรูัจักอ่าวนี้ในชื่อ อ่าวลิง หรือ Monkey Bay มากกว่า อ่าวหยงกาเส็ม อ่าวนี้ยาวประมาณ 300 เมตร ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอ่าวโละดาลัม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวอ่าวนี้ได้ ด้วยเรือ เท่านั้น ไม่สามารถเดินเท้าจากอ่าวโละดาลัมได้ ขึ้นชื่อว่า อ่าวลิง ก็เพราะมีลิงแสม อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ลิงพวกนี้มักจะลงมาเล่นน้ำที่ชายหาด และเล่นกับนักท่องเที่ยวเสมอๆ อ่าวนี้มีหาดทรายที่ขาวและละเอียดนุ่มเท้า และหากใครชอบดำน้ำตื้น ก็สามารถว่ายน้ำออกไปทางทิศตะวันตกของอ่าว ก็จะได้พบแนวประการังที่ยังคงความสมบูรณ์อยู่ (ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามีบ้าง)
  • อ่าวโละลานะ (Loh Lana Bay) : ลักษณะเด่นของอ่าวนี้คือ อ่าวมีลักษณะโค้งเว้า รูปร่างเหมือนเกือกม้า บริเวณปลายของอ่าวทั้ง 2 ด้านมีภูเขาล้อมรอบ ชายหาดยาวประมาณ 500 เมตร หาดทรายขาวละเอียด น้ำตื้น ลงเล่นน้ำได้ดี มีแนวปะการังอยู่บ้าง ประปราย
  • หาดยาว (Long Beach) : ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอ่าวต้นไทร นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้ามาจากอ่าวต้นไทร ลัดเลาะไปตามแนวโขดหิน ผ่านอ่าวเล็กๆ 2-3 แห่ง เนื่องด้วยทางไม่ได้เรียบตลอดทาง ทำให้ใช้เวลาเดินเท้าไปประมาณ 30-40 นาที หากคุณไม่อยากลำบากเดินเท้ามาก็สามารถนั่งเรือหางยาวจากท่าเรือต้นไทร หรือหากคุณจองโรงแรมที่หาดยาวไว้ก็สามารถโทรฯติดต่อให้ทางโรงแรมมารับคุณได้ที่ ท่าเรือต้นไทร (เดินทางด้วยเรือจะมีค่าใช้จ่าย เพราะฉนั้นต้องถามราคาก่อนเลือกใช้บริการทุกครั้ง) หาดนี้มีความยาวถึง 700 เมตร หาดทรายที่ละเอียดนุ่มเท้า น้ำที่ใส และ พลุกพล่านน้อยกว่า อ่าวต้นไทร และ อ่าวโละดาลัม ทำให้เป็นหาดที่มีนักท่องเที่ยวเลือกมาพักผ่อน นอนชมวิว เล่นน้ำที่หาดนี้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีแหล่งดำน้ำที่น่าสนใจ อยู่ที่ปลายหาดทางด้านทิศตะวันออกบริเวณ “หินแพ” ซึ่งจะมีกองหินใต้น้ำ ที่มีปะการังหลากหลายชนิด เช่น ปะการังกิ่ง ปะการังสมอง สามารถดำได้ทั้งแบบน้ำตื้นและน้ำลึก
  • อ่าวโละมูดี (Lo Mu Di Bay) : ตั้งอยู่ถัดจากหาดยาว หาดทรายยาวประมาณ 400 เมตร เงียบสงบมาก สามารถเดินเท้ามาจากหาดยาว ประมาณ 600 เมตร
  • อ่าวรันตี (Ran Ti Bay) : ตั้งอยู่ถัดจากอ่าวโละมูดี หาดทรายขาวสะอาด จากชายหาดออกมา 150 - 200 เมตร จะสามารถพบแนวปะการังที่ค่อนข้างสมบูรณ์ จำพวก ปะการังจาน และ ปะการังกิ่ง
  • อ่าวผักหนาม (Phak Nam Bay) : ตั้งอยู่ถัดจากอ่าวรันตี หาดทรายขาวละเอียด ยาวประมาณ 300 เมตร เป็นจุดดำน้ำตื้นเช่นเดียวกับอ่าวรันตี เพราะเป็นแนวปะการังที่ยาวมาจากอ่าวรันตี นั่นเอง
  • อ่าวโละบาเกา (Lo Bakao Bay) : ตั้งอยู่ถัดจากอ่าวผักหนาม หาดทรายยาวประมาณ 500 เมตร ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว หาดทรายสวย น้ำทะเลใส มีที่พักน้อย จึงเงียบสงบมาก
  • แหลมตง (Laem Tong) : ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะพีพี แหลมตงถือว่าเป็นจุดที่มีชื่อเสียง เพราะเป็นที่เดียวที่ยังมีชาวเล ดั้งเดิมที่คาดว่าน่าจะเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่มาอาศัยอยู่บนเกาะพีพี มีประมาณ 15-20 ครอบครัว ชาวเล เหล่านี้อพยพมาจากเกาะหลิเป๊ะ ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล ชาวเลเหล่านี้ยังคงดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย ปลูกบ้านไม้เป็นกระต๊อบเล็กๆ ออกหาปลา มีภาษาพูดเป็นของตัวเอง เนื่องจากจุดนี้ถือเป็นจุดที่มีชื่อเสียงทำให้มีที่พัก และโรงแรมให้เลือกตั้งแต่ 3-5 ดาว แหลมตงถือว่ายังมีความสมบูรณ์ของแนวปะการัง เป็นจุดดำน้ำตื้นที่ดี และถือว่าผู้คนไม่ได้คับคั่งเหมือนอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม
เกาะพีพีเล

เกาะพีพีเล ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะพีพีดอน แต่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก สามารถมองเห็นกันได้ เกาะนี้เป็นเกาะเล็กๆ มีเนื้อทีประมาณ 6.6 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยภูเขาหินปูน หน้าผาสูงชัน ตั้งฉากกับพื้นผิวของทะเล ความลึกของน้ำ ประมาณ 20 เมตร ลึกที่สุดคือ 34 เมตร ทางตอนใต้ของเกาะ บนเกาะนี้จะไม่เหมือน เกาะพีพีดอน คือ ไม่มีคนอาศัยอยู่ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ เกาะพีพีเลนี้มีสถานที่น่าสนใจ คือ อ่าวมาหยา อ่าวปิเละ อ่าวโละซามะ ถ้ำไวกิ้ง
  • อ่าวมาหยา (Maya Bay) : ถือว่าเป็นอ่าวที่มีชื่อเสียงระดับโลก หลักจากภาพยนต์เรื่อง The Beach (ปี 2000) ที่นำแสดงโดย นักแสดงชื่อดัง ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ มาถ่ายทำที่อ่าวแห่งนี้ ชื่อเสียงและผู้คนก็มาที่อ่าวมาหยาเป็นจำนวนมาก โดยลักษณะเด่นของอ่าวนี้คือ มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว และล้อมรอบไปด้วยภูเขาหินปูน น้ำทะเลใสมากจนสามารถมองเห็นพื้นทรายได้ชัดเจน และชายหาดที่ขาวสะอาด มีเม็ดทราย ที่ขาวละเอียด และอ่อนนุ่มเหมือนผงแป้ง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการท่องเที่ยวคือ เดือน พฤศจิกายน - เมษายน เพราะไม่มีลมแรง เรือสามารถเข้ามาได้ แต่หากบางวันที่มีลมแรง นักท่องเที่ยวก็สามารถเดินเท้ามาจากทางอ่าวโละซะมะอีกฝั่งหนึ่งของเกาะพีพีเล โดยต้องเดินลอดถ้ำเล็กๆ เข้ามาถึงอ่าวมาหยาได้ ใช้เวลาเดินไม่นานนัก หากคุณต้องการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยวควรเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทางทุกครั้งเพราะหากมีมรสุมเรือจะไม่สามารถเข้ามาที่อ่าวนี้ได้ จากชื่อเสียงที่โด่งดังทำให้มีชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้มีประกาศปิดอ่าว ช่วงเดือน มิถุนายน - กันยายน และ พอถึงฤดูการท่องเที่ยวก็จะ มีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวันอีกด้วย
  • อ่าวปิเละ (Pileh Bay) : หรือบางคนอาจจะเรียกว่า ปิเละลากูน (Pileh Lagoon) เนื่องจากลักษณะของอ่าวนี้จะเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาหินปูนที่สูงชัน เป็นหน้าผาตั้งฉากกับน้ำทะเล ทางเข้าออก มีทางเดียว จึงทำให้น้ำทะเลด้านในอ่าวนี้ นิ่ง และเหมาะสำหรับจอดเรือเพื่อหลบมรสุม แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วจุดนี้เหมาะสำหรับดำน้ำตื้น และดำน้ำลึกเพื่อดูปะการังที่สวยงามมากอีกด้วย
  • อ่าวโล๊ะซามะ (Loh Samah Bay) :